สารภาพแล้วหลานฆ่ายัดเมรุ

หลังสอบเครียดคดีฆ่าสาวใหญ่ยัดถังซุกเมรุเผาศพ

กรณีเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 11.00น. ทางตำรวจ สภ.แม่กา อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่รับแจ้งจากทางชาวบ้านว่านางอาคร สมคำ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 2 ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จว.เชียงใหม่ ได้หายออกไปจากบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ซึ่งญาติได้ติดตามหาจนศพนางอาคร ถูกยัดถังซุกอยู่ในเมรุเผาศพที่สุสานบ้านโปง-สันบ่อเย็น หมู่ที่ 2 ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ นันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง ผกก.สภ.แม่กา นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ และแพทย์โรงพยาบาลดอยเต่า ร่วมกันไปตรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพ พบว่าด้านในถังมีศพของนางอาครฯ อยู่จริง จึงทำการเก็บพยานหลักฐานและชันสูตรเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของการตาย ได้ส่งศพไปชันสูตรต่อที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตตามข่าว
ความคืบหน้าในคดีนี้ ทางชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค5 นำทีมโดย พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภาค5 ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ ชุดสืบสวน สภ.แม่กา ลงพื้นที่ทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าในช่วงก่อนที่นางอาคร สมคำ จะหายตัวไปมีพยานเห็นว่ามีคล้ายเสียงคนทะเลาะกันที่ลานใกล้บ้านของ นางอาคร ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งประกอบกับหลักฐานที่ตำรวจพบไม่ว่าจะเป็นถังพลาสติกสีฟ้าที่ใช้ในการยัดศพ เป็นถังใส่สารลำไย ที่มีชื่อของนางอาคร ติดอยู่และรถเข็นที่อยู่ในบ้านของนางอาคร คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการนำศพใส่ถังมาที่ป่าช้า ซึ่งอยู่จากบ้านประมาณ 500 เมตร ซึ่งทางตำรวจจึงมั่นใจว่าคนร้ายจะต้องเป็นผู้ที่รู้จักกับนางอาครและยังเป็นคนในพื้นที่ ที่สามารถขนถังใส่รถเข็นเพื่อจะนำร่างไปอำพราง โดยเตรียมการที่จะเผา แต่มีชาวบ้านไปพบเสียก่อน
พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้เผยว่าในคดีนี้ทางตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในช่วงนี้ก่อน ส่วนคนที่นำตัวมาสอบสวนในฐานะพยานใกล้ชิด ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด ซึ่งก็ขอเวลาให้ทางตำรวจได้ทำงานก่อน ซึ่งประเด็นที่ตั้งไว้เกิดจากการทะเลาะวิวาท และคนร้ายลงมือทำร้ายโดยการเตะต่อย จนเห็นว่าเหยื่อแน่นิ่งจึงคิดว่าเสียชีวิตจึงนำศพยัดใส่ถังหวังนำไปซ่อนอำพราง โดยที่คนร้ายไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินของผู้ตายเลย ซึ่งเรื่องนี้ทางตำรวจน่าจะจับกุมคนร้ายได้ในเร็ววันนี้รอพยานหลักฐานก่อน
ส่วนบรรยากาศที่บ้านผู้เสียชีวิต ทางญาติพี่น้อง และชาวบ้านได้มารวมตัวกันที่บ้านของนางสาครผู้ตาย ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว อยู่ในรั้วเดียวกับบ้านของแม่และน้องสาวและน้องชาย ที่เป็นบ้านสองชั้น โดยชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุการณ์อุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญเช่นนี้มาก่อน ขณะที่นางสาววนิดา อุปการะ อายุ 27 ปี ลูกสาวของนางอาคร ผู้ตายได้เดินทางกลับจากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึงบ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ หลังญาติโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวร้าย และนอนพักอยู่ภายในบ้าน
นางอารีย์ ปุ๊ดนะ อายุ 55 ปี น้องสาวผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ตนเองและพี่สาวได้ชวนกันไปตกปลาที่หนองน้ำของหมู่บ้าน แต่พี่สาวไปนั่งดู กระทั่งมีโทรศัพท์ลูกสาวของผู้ตายโทรมาบอกว่าไม่สบาย ผู้ตายจึงขอตัวกลับบ้านก่อน จากนั้นตอนเย็นตนเองเดินทางกลับบ้านก็ไม่เจอพี่สาวคิดว่าไปหาลูกสาวที่พักหอพักในตัวเมืองเชียงใหม่
กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ลูกสาวผู้ตายโทรมาหาตนเองสอบถามว่า แม่ไปไหนเพราะโทรศัพท์ไปหาแล้วไม่รับสาย จากนั้นทั้งลูกสาวของผู้ตาย ตนเอง และญาติพี่น้องก็ช่วยกันโทรศัพท์ไปหาแต่ผู้ตายไม่รับ จึงช่วยกันออกตามหาทั่วหมู่บ้านจนมาพบเป็นศพยัดถังพลาสติกซุกไว้ในเมรุเผาศพของหมู่บ้าน
ล่าสุดบ่ายวันที่ 25 ธ.ค.63 หลังตำรวจสอบเครียดนายธนินทร์ ใหม่ปลา อายุ35ปี ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ตาย ได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าน้าสาวเอง หลังจากเสพยาบ้าแล้วเกิดอาการหลอนนึกว่าผู้ตายท้าทายจึงลงมือทำร้ายจนแน่นิ่งแล้วนำร่างยัดถังพลาสติกนำไปใส่เมรุไว้ดังกล่าว

แผนที่ดอยเต่า

ภาพดอยเต่าในอดีต