เชียงใหม่โควิด19 ยังพุ่ง วันที่10 เม.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อสูงถึง 186 ราย
วันที่ 9 เม.ย. 64 เวลา 17.00 น. ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายแพทย์วรเชษฐ์ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้ตรวจพบผู้ติดเชื้อ 148 ราย
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มมีการระบาดในรอบนี้ตั้งแต่ 5 เมษายน 2564 วันนี้มีผู้ป่วยได้รับการตรวจพบใหม่รวมทั้งสิ้น 148 ราย รวมสะสมระลอกนี้ 5 วัน จำนวน 195 ราย ผลการสืบสวนสอบสวนโรคขอสรุปภาพรวมที่เพิ่มให้ของวันนี้ทั้ง 148 ราย เป็นใครบ้าง
“ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ที่ตรวจพบในวันนี้ จำนวน 148 ราย ร้อยละ 74 เป็นกลุ่มผู้สัมผัสในสถานบันเทิง มี 110 ราย ที่เหลือร้อยละ 26 เป็นกลุ่มสัมผัสร่วมบ้าน 5 ราย เป็นกลุ่มที่ให้ประวัติว่านำเชื้อโดยไปในสถานที่เสี่ยงของจังหวัดอื่นๆ 6 ราย และน่าเชื่อว่าสัมผัสในชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 6 ราย และยังอยู่ระหว่างการสอบสวน 21 ราย ทั้งนี้ได้ข้อมูลสถานที่เสี่ยงพอสมควรแล้ว สามารถติดตามได้จากเพจเฟสบุ๊ค “งานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งจะให้ข้อมูลสถานที่เสี่ยงเพิ่มเติมในทุกวัน โดยขอให้ผู้ที่เดินทางไปในสถานที่เสี่ยงให้ดูแลตัวเอง และสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ใส่หน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่างกับบุคคลในครอบครัว หากมีอาการผิดปกติ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีความผิดปกติทางเดินหายใจ สามารถตรวจได้ทุกโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ประวัติว่าได้ไปในสถานที่เสี่ยง หากทราบแน่ชัดว่าบุคคลที่สัมผัสป่วยติดเชื้อ ต้องรีบเข้ารับการตรวจโดยทันทีเพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีการติดเชื้อหรือยัง หากไม่พบการติดเชื้อยังต้องสังเกตอาการต่ออีกเป็นเวลา 14 วัน นับจากวันสัมผัส”
“จากตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้น เป็นผลมาจากการระบาดในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ และลุกลามเข้าเชียงใหม่ สายพันธุ์บริเวณย่านทองหล่อเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งสายพันธุ์นี้ติดต่อกันง่ายมาก ต่างจากการระบาดในเชียงใหม่ระลอกที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อจะไม่มากไม่พุ่งสูง ในเชียงใหม่ได้วางแผนตั้งรับการระบาด โดยประเมินว่าหากมีผู้ติดเชื้อถึง 100 จะต้องจัดให้มีโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้เตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงมกราคม 2564 และได้ใช้แล้วในขณะนี้ โดยโรงพยาบาลสนามจัดตั้งที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยวันนี้ได้ 280 คน และสามารถขยายได้ถึง 500 คน และหากมีความจะเป็นสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,000 คน” นพ.สสจ.เชียงใหม่ กล่าว
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวถึงแนวทางการรักษาและโรงพยาบาลสนาม ว่า ในส่วนทีมรักษาพยาบาล ส่วนแรกจะเป็นการตรวจหาเชื้อ ขณะนี้มีผู้สัมผัสจำนวนมาก และมีผู้ไปตรวจหาเชื้อค่อนข้างมาก ขอแจ้งว่า ที่ศูนย์ประชุมฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม ไม่ได้รับตรวจหาเชื้อ ขอให้ไปผู้ที่มีความสงสัยไปตรวจตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในกรณีที่ทราบว่าตนเองไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ อย่าเพิ่งตระหนก โดยข้อเท็จจริงแล้วการตรวจหาเชื้อที่ดีที่สุด ต้องรอ 4-5 วัน ถึงจะตรวจหาเชื้อได้เจอ หากผู้ใดที่คิดว่ามีการสัมผัสผู้ติดเชื้อช่วงนี้ให้แยกตัวเองออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันเชื้อกระจาย คนที่ตรวจหาเชื้อแล้ว ระหว่างรอผลไม่เกิน 1 วัน ขอให้งดการเดินทาง ทำให้หากผลออกมาแล้วติดเชื้อ จะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
“
ทั้งนี้หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมด้วยช่วยกันกับโรงพยาบาลสนามของเชียงใหม่ สามารถร่วมบริจาคได้ อาทิ เครื่องนอน เตียงสนาม เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE รวมถึง อาหาร น้ำดื่ม โดยแจ้งความจำนงนำบริจาคได้ที่ โรงพยาบาลสนาม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.053 010 561 – 2
ด้านอำเภอดอยเต่า นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอดอยเต่า หัวหน้าศูนย์ปฎิบัติการควบคุมโรคอำเภอดอยเต่า กล่าวว่า มาตรการโควิด การเข้าออกอำเภอดอยเต่าทั้งในเขตจังหวัด และนอก จังหวัด ในส่วนของอำเภอดอยเต่า ตามมติที่ประชุมอำเภอผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่(ตั้งแต่ 9-30 เมย 64) ดำเนินการดังนี้
- ให้ อสม. ผู้นำชุมชน ดำเนินการเฝ้าระวัง ค้นหา ผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยให้ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลดอยเต่าทุกราย
- ให้ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่อำเภอดอยเต่าทุกคน กรอกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน “CM-CHANA”และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับแจ้งจากระบบ CM-CHANA ผู้ที่ไม่สามารถกรอกข้อมูลได้ให้ลงทะเบียนในแบบ ชม. 1 / ชม. 2
- ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการนครปฐม และกรุงเทพมหานคร ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันทีและจะต้องกักกันใน สถานที่กักกันตัวของหมู่บ้าน (Home Quarantine) อย่างเคร่งครัด เป็นระยะเวลา 14 วัน
- ผู้ที่เดินทางเข้า-ออก อำเภอเมืองและพื้นที่เสี่ยงเป็นประจำต้องลงแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”
- ผู้ที่อาศัยอยู่อำเภอเมืองเชียงใหม่หรือพื้นที่เสี่ยง ให้งดเดินทางเข้าพื้นที่อำเภอดอยเต่าถ้าไม่จำเป็น
- ผู้ประกอบการโรงแรม หรือสถานที่พักอื่นใด ที่ให้บริการแก่ผู้เดินทางเข้ามาใน อำเภอดอยเต่าเป็นการชั่วคราว ต้องเก็บข้อมูลของผู้เดินทาง ได้แก่ ชื่อ-ชื่อสกุล, เลขประจำตัวประชาชน,หมายเลขโทรศัพท์, จังหวัดต้นทาง และตรวจสอบการลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
หรือแบบ ชม.1/ชม.2 แล้วแต่กรณี



